work : วิศวะก็ต้องเรียนภาษาไทยค่า T_T
แสดงความเห็นโดย sommy บน สิงหาคม 31, 2007
เรื่องมีอยู่ว่าปีส้มเป็นปีแรกที่มีภาษาไทยในหลักสูตรบังคับ ก็คือเค้าบังคับส้มเรียนภาษาไทยนั่นเอง เนื่องจากเป้นคนที่พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ทำให้เขียน และ พรีเซนต์งานไม่ค่อยได้เรื่องด้วยอ่ะ หัวข้อเนี้ย มันต้องเขียนบทความทางวิชาการ จาก 5 แหล่งอ้างอิงขึ้นไป ก็นะ มันอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่อ่ะดิ 55+ ก็ลอกๆเค้ามาตามอ้างอิงแล้วจับโบ๊รวมกัน จบ.
พลังงานนิวเคลียร์
การใช้พลังงานนิวเคลียร์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ได้รับการพัฒนามานานกว่า 40 ปี แต่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใช้ในระยะแรกมีเฉพาะในกลุ่มประเทศพัฒนาและเจริญทางอุตสาหกรรม ทั้งนี้เพราะผลจากความต้องการพลังงานมีมาก ส่วนในประเทศกำลังพัฒนานั้นโอกาสมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์น้อยกว่ามาก ประเทศอินเดียเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรกที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เมื่อ พ.ศ.2512 (1) ปัจจุบันการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชิงพาณิชย์ได้ทัดเทียมกับโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงชนิดอื่นๆแล้ว พลังงานนิวเคลียร์เหมาะที่จะนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นพลังไฟฟ้าฐาน (2) และใช้ทดแทนเชื้อเพลิงธรรมชาติอื่น เช่น ฐานหิน น้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งพลังงานเหล่านี้นับวันจะเหลือน้อยลงทุกที วิธีการในการผลิตกระแสไฟฟ้านั้นจะใช้พลังงานความร้อนที่เกิดจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ โดยการนำเอาวัสดุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์จากสภาพแร่ในธรรมชาติเช่น ยูเรเนียม มาผ่านกรรมมาวิธีหลายขั้นตอน เพื่อให้มีความเข้มข้น องค์ประกอบ ขนาด และ รูปร่างที่เหมาสม เพื่อมาบรรจุในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ใช้นิวตรอนทำให้เชื้อเพลิงนิวเคลียร์เกิดปฏิกิริยาแตกตัวติดกันเป็นลูกโซ่ให้พลังงานออกมา ซึ่งเป็นพลังงานที่สามารถควบคุมปฏิกิริยาได้ตามต้องการ (3) พลังงานที่เกิดขึ้นมหาศาลนี้จะใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าต่อไป
โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงในธรรมชาติกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต่างก็ใช้แหล่งกำเนิดก็ใช้แหล่งกำเนิดพลังงานความร้อนมาผลิตไอน้ำ เพื่อไปหมุนกังหันไอน้ำผลิตกระแสไฟฟ้า (4) แต่จะมีข้อแตกต่างก็คือโรงไฟฟ้าใช้เชื้อเพลิงธรรมดาใช้เชื้อเพลิงธรรมชาติซึ้งได้มาจากปฏิกิริยาเคมี หรือการสันดาปของเชื้อเพลิง ส่วนโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ความร้อนมาจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ หรือการใช้อนุภาคนิวตรอนทำปฏิกิริยาแตกตัวของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ติดต่อกัน ได้พลังงานประมาณ 200 ล้านอิเลคตรอนโวลต์ ถ้าจะเทียบเป็นพลังงานความร้อนจะเท่ากับ 3.2×1011 วัตต์ – วินาที ในทางนิวเคลียร์ เชื้อเพลิงยูเรเนียม 235 หนัก 1 กรัม จะมีนิวเคลียสอยู่เป็นจำนวน 2.6×1021 ตัว เมื่อทำให้แตกตัวหมดจะได้พลังงานไฟฟ้าถึง 2.3×104 กิโลวัตต์ – ชั่วโมง (2) เมื่อเปรียบเทียบพลังงานจำนวนนี้ ถ้าผลิตด้วยถ่านหินชนิดที่มีค่าความร้อนสูงจะต้องใช้ถ่านหินประมาณ 3 ตัน หรือให้พลังงานนิวเคลียร์มากกว่าถึง 3 ล้านเท่า
จากการศึกษาถึงการนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าสรุปได้ว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในปัจจุบันได้รับการพัฒนาจนถึงขั้นที่เชื่อถือได้ทั้งทางด้านความปลอดภัย และด้านประสิทธิภาพในการทำงาน มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดจนถือว่าไม่มีผลกระทบเลยก็ว่าได้(5,6) อุปกรณ์ต่างๆที่ใช้เปลี่ยนพลังงานนิวเคลียร์มาเป็นพลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่เป็นอย่างเดียวกับโรงไฟฟ้าความร้อนที่ใช้น้ำมันและถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง นอกจากนนี้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการผลิตพลังงานไฟฟ้าฐานหรือผลิตไฟฟ้าเต็มกำลังที่ติดตั้งตลอดเวลา โดยจะมีการหยุดเดินเครื่องเพื่อเปลี่ยนเชื้อเพลิงเพียงปีละครั้ง โดยแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน แม้ว่าค่าลงทุนในการก่อสร้างขั้นต้นของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ค่อนข้างสูง แต่เนื่องจากราคาในการใช้เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ถูกมากเมื่อนำมาคิดค่าต้นทุนการผลิตในช่วงระยะยาวจะถูกกว่าโรงไฟฟ้าน้ำมัน ดังนั้นพลังงานนิวเคลียร์จึงเป็นอีกทางเลือกที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอนาคตเลยก็ว่าได้
เอกสารอ้างอิง
1. ประทีป ชูหมื่นไวย์ . 2544 . ความรู้เรื่องนิวเคลียร์ . สุวีริยสาสน์ , กรุงเทพฯ
2. สุวพันธ์ นิลายน, ดุษณี นิลายน. 2539. พลังงานนิวเคลียร์และการพัฒนาในประเทศไทย . โรง พิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , กรุงเทพฯ
3. ประทีป ชูหมื่นไวย์ . 2544 . ความรู้เรื่องนิวเคลียร์ . สุวีริยสาสน์ , กรุงเทพฯ
4. รายงานการศึกษาการนำพลังงานนิวเคลียร์มาผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย คณะกรรมการพลังงาน สภาผู้แทนราษฏร สิงหาคม 2537 6-1 – 6-4
5. สุวพันธ์ นิลายน . 2533. สิ่งแวดล้อมกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์. ข่าวสาร กฟผ. 20(3):15-18
6. เสริมพร พลูทรัพย์ . โรงไฟฟ้าปรมาณูปลอดภัยจริงหรือ? . ทักษะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 24(11):31-44